ความโลภและวัตถุนิยม
ภาพรวม
หนึ่งใน ธรรมชาติของสัตว์ (Animal nature) ที่ทรงพลังและมีอิทธิพลมากที่สุดคือความโลภ ความปรารถนาที่จะสะสม และการให้คุณค่ากับสิ่งที่เราครอบครองมากกว่า ความเมตตาและความเคารพต่อผู้อื่น (kindness to others) และ สิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยความมุ่งมั่น (what we create)
การแสวงหาการสะสมได้แทรกซึมอยู่ในแทบทุกมิติของสังคมสมัยใหม่ ในทางกลับกันช่วงเวลาที่สังคมมีเสถียรภาพ สิ่งนี้กลับไม่ ส่งผลให้ผู้คนมีความสุข (make people happy)
เช่นเดียวกับ ธรรมชาติของสัตว์ (animal natures) ด้านอื่น ๆ ของมนุษย์ มนุษย์สามารถถูกบ่มเพาะ เลี้ยงดูและฝึกนิสัยอบรมสั่งสอนให้ไม่เกิดความโลภได้ แทบทุกศาสนาล้วนปฏิเสธความโลภและวัตถุนิยมในฐานะหลักคำสอนสำคัญ
ความเหลื่อมล้ำภายใต้การรับรองของรัฐ
ผู้นำและผู้มีอำนาจทางประวัติศาสตร์มักสนับสนุนกลไกควบคุมทางสังคม เช่น ศาสนาที่ปฏิเสธความโลภ เพราะผู้มีอำนาจต้องการให้ประชาชน มีความปรารถนา และความต้องการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
กระบวนทัศน์ใหม่
เมื่อความยึดมั่นของผู้คนต่อศาสนาแบบดั้งเดิมเริ่มเสื่อมถอยลง สังคมสมัยใหม่จึง ส่งเสริมความโลภและวัตถุนิยม (encourages greed and materialism) ในฐานะกลไกหนึ่งในการทำให้ประชาชนไร้อำนาจ หากเป้าหมายของคนส่วนใหญ่คือการไล่ตามสิ่งที่ไร้ความหมาย พวกเขาย่อมหมกมุ่นและยึดติดอยู่กับสิ่งเหล่านั้นจนไม่มีความตระหนักรู้ทัน
ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
การเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ตกลงกันอย่างมีสถานะชัดเจนกับอีกบุคคลหนึ่งเป็นการกระทำเชิงครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นในฐานะคู่นอนหรือคู่ที่ผ่านการสมรส ล้วนเป็นการประกาศโดยนัยว่า “บุคคลนี้เป็นของฉันแล้ว” ในกรณีของ การสมรส ความเป็นเจ้าของในลักษณะนี้อาจกลายเป็นพันธะที่ยากจะหลุดพ้น