Marriage and children/th: Difference between revisions
No edit summary |
No edit summary |
||
| (27 intermediate revisions by the same user not shown) | |||
| Line 8: | Line 8: | ||
{{CommunityMainName}} สามารถคิดวิธีแนวทางเรื่องการแต่งงานได้ในทุกวิธีตามที่ชุมชนเลือก และในขณะเดียวกันก็ยัง [[Respecting the host society/th|เคารพสังคมเจ้าภาพ (Respecting the host society)]] ไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ จุดมุ่งหมายของการเลี้ยงดูบุตรและความสุขของสมาชิกถือเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจึงใช้ [[Scientific method/th|กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method)]] เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น | {{CommunityMainName}} สามารถคิดวิธีแนวทางเรื่องการแต่งงานได้ในทุกวิธีตามที่ชุมชนเลือก และในขณะเดียวกันก็ยัง [[Respecting the host society/th|เคารพสังคมเจ้าภาพ (Respecting the host society)]] ไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ จุดมุ่งหมายของการเลี้ยงดูบุตรและความสุขของสมาชิกถือเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจึงใช้ [[Scientific method/th|กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method)]] เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น | ||
< | <span id="Stages_of_marriage"></span> | ||
= | = ระยะของการแต่งงาน = | ||
ระยะแรกของการแต่งงานมักขับเคลื่อนด้วยความตื่นเต้นจากการพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่นอนสู่คู่ชีวิต การใฝ่ฝันที่จะสร้างสร้างอนาคตร่วมกัน เมื่อไปถึงขั้นมีบุตร สิ่งต่าง ๆ จะยากลำบากขึ้น แต่ความพึงพอใจจากการเอาชนะความท้าทายยังคงรักษาความสัมพันธ์ให้แข็งแรง | |||
เมื่อลูกเริ่มเติบโตขึ้น สิ่งต่าง ๆ จะมีความท้าทายน้อยลง ความตื่นเต้นค่อย ๆ ลดลง แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่ ความเบื่อหน่ายและความหงุดหงิดค่อย ๆ แทรกเข้ามา และความสัมพันธ์จึงเริ่มยากที่จะรักษาไว้มากขึ้น | |||
จากมุมมองเชิงวิวัฒนาการ ระยะเหล่านี้มีเหตุผลในตัวเอง ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากจนถึงจุดสูงสุดในชีวิตควรเลือกผูกสัมพันธ์ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่มีความพร้อมทั้งกายและใจ และลูกของพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ [[Sexual relationships/th|ความสัมพันธ์ทางเพศ (Sexual relationships)]] ในช่วงแรกคือกระบวนการผสมพันธุ์ที่มีผลทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างเพศชายเพื่อให้ได้ผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกจากการเลี้ยงดูบุตรในช่วงปีแรก ๆ อย่างสำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของลูกหลาน | |||
เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความจำเป็นที่พ่อและแม่ต้องอยู่ร่วมกันจะมีความสำคัญน้อยลง หากทั้งชายและหญิงกลับเข้าสู่ตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงวิวัฒนาการที่ดีกว่า | |||
< | <span id="Marriage_to_reduce_conflict"></span> | ||
= | = การแต่งงานเพื่อลดความขัดแย้ง = | ||
[[The animal nature of humans/th|สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ (The animal nature of humans)]] ผลักดันทั้งผู้ชาย และผู้หญิงให้เปรียบเทียบคู่ครองปัจจุบันของตนกับผู้อื่นอยู่เสมอ เพื่อดูว่ามีคู่ที่ดีกว่าหรือไม่ หลังจากกระบวนการแข่งขันในการผสมพันธุ์แล้ว สัญชาตญาณนี้จะถูกลดทอนลง จนกระทั่งลูกหลานต้องการการดูแลน้อยลงเพื่อความอยู่รอด | |||
[[The animal nature of humans]] | |||
ยิ่งเมื่อคู่ชายและหญิงแข่งขันกันเพื่อหาคู่นอนมากเท่าใด ความขัดแย้งและความหงุดหงิดก็จะยิ่งเกิดมากขึ้น ผู้ชายจะต่อสู้หนักขึ้นเพื่อ [[Concentration of power/th|เสริมอำนาจของตนเอง (gain power)]] เหนือผู้ชายคนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดต่อผู้หญิง ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น อารมณ์ร้าย | |||
เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ วัฒนธรรมและศาสนาต่าง ๆ ได้สร้างโครงสร้างของการแต่งงานที่พยายามนำคู่รักออกจากตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาอย่างถาวร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชายที่มีอำนาจน้อยกว่า และผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศน้อยกว่า มีโอกาสมากขึ้น | |||
< | <span id="Marriage_and_procreation_inequality"></span> | ||
= | = ความไม่เท่าเทียมในการแต่งงานและการสืบพันธุ์ = | ||
เป้าหมายหลักของ {{CommunityMainName}} คือการขจัด [[Concentration of power/th|โครงสร้างอำนาจ (power structures)]] การแต่งงานและการมีบุตรสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนขยายของสิ่งนี้ ในสังคมที่มีอยู่ ผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดมักจะได้คู่กับผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้ผู้ชายสร้างโครงสร้างอำนาจและต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านั้น | |||
ผู้หญิงที่มีบุตรมากขึ้นกับคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากกว่า จะมีสถานะทางสังคมที่สูงกว่า | |||
ผลลัพธ์ตามธรรมชาติเหล่านี้ของการแข่งขันในการเลือกคู่ครอง เป็นการแสดงออกของ [[Greed and materialism/th|ความโลภและวัตถุนิยม (greed and materialism)]] | |||
< | <span id="Declining_birth_rates"></span> | ||
= | = อัตราการเกิดที่ลดลง = | ||
อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนมีความรู้มากขึ้นและให้ความสำคัญกับตนเองมากกว่าการสืบพันธุ์ ประกอบกับการรับรู้ถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการเลี้ยงดูบุตร คู่รักจึงมักเลื่อนการมีบุตรออกไปมากขึ้น และหลายคู่ก็ละเลยการแต่งงานไปโดยสิ้นเชิง | |||
< | <span id="Possible_solutions"></span> | ||
= | = แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้ = | ||
[[Allocated sexual activity/th|กิจกรรมทางเพศที่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม (Allocated sexual activity)]] สามารถประยุกต์ใช้เป็นวิธีในการต้าน [[The animal nature of humans/th|ธรรมชาติของมนุษย์ (Human nature)]] ของสมาชิก ที่ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคู่ทางเพศ | |||
[[ | |||
[[Allocated procreation/th|จัดสรรการให้กำเนิด (Allocated procreation)]] สามารถช่วยลดอัตราการแข่งขันในการแย่งชิงคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด | |||
[[ | |||
แก่นของการแข่งขันเพื่อหาคู่คือแรงขับเชิงวิวัฒนาการของสายพันธุ์ในการผลิตลูกหลานที่แข็งแรงและประสบความสำเร็จที่สุดใน [[Altruistic community/th|การก่อตั้งชุมชนแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (Altruistic community)]] สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อจำเป็นอีกต่อไป ลูกหลานทั้งหมดถูกมองว่ามีคุณค่า และได้รับโอกาสในการพัฒนาและอยู่รอด | |||
การแต่งงานทำให้ผู้คนมีคู่ครองที่จะคอยดูแลพวกเขาในช่วงเวลาที่ลำบาก ความต้องการนี้สามารถลดลงได้โดยชุมชนที่ทำให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการดูแล | |||
วัตถุประสงค์หลักของการแต่งงาน กล่าวคือการสานสัมพันธ์เพื่อสร้างความผูกพันกัน และเลี้ยงดูบุตร รวมไปถึงการรวมทรัพยากรของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกของพวกเขามีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิง เพราะหากผู้ชายจากไป โดยทั่วไปพวกเธอจะต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ชุมชนสามารถมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันและได้รับการดูแล | |||
< | <span id="Related_concepts"></span> | ||
= | = แนวคิดที่เกี่ยวข้อง = | ||
* [[Allocated sexual activity/th|กิจกรรมทางเพศที่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม (Allocated sexual activity)]] | |||
* [[ | * [[Allocated procreation/th|จัดสรรการให้กำเนิด (Allocated procreation)]] | ||
* [[ | |||
< | <span id="Related_reasonings"></span> | ||
= | = มติที่เกี่ยวข้อง = | ||
* [[The animal nature of humans/th|สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ (The animal nature of humans)]] | |||
* [[ | * [[Personal freedom/th|เสรีภาพสิทธิส่วนบุคคล (Personal freedom)]] | ||
* [[ | * [[Greed and objectism/th|ความโลภและวัตถุนิยม (greed and materialism)]] | ||
* [[ | * [[Sexual relationships/th|ความสัมพันธ์ทางเพศ (Sexual relationships)]] | ||
* [[ | * [[What makes humans happy/th|สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุข (What makes humans happy)]] | ||
* [[ | |||
< | <span id="References"></span> | ||
= | = อ้างอิง = | ||
* [https://data.worldbank.org/indicator/SP.DYN.TFRT.IN?end=2022&start=1960 อัตราการเกิดที่ลดลงตามข้อมูลของธนาคารโลก] | |||
* [https://data.worldbank.org/indicator/SP.DYN.TFRT.IN?end=2022&start=1960 | |||
[[Category:Reasonings{{#translation:}}]] | [[Category:Reasonings{{#translation:}}]] | ||
Latest revision as of 05:33, 2 June 2026
ภาพรวม
คนส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงเกิดอยากมีบุตรในช่วงหนึ่งของชีวิต เนื่องจากเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ได้วิวัฒนาการมาสำหรับการรวมตัวกันของคู่รักเพื่อสืบพันธุ์และเลี้ยงดูบุตรถือเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดในการทำสิ่งนี้
บ่อยครั้งการเลี้ยงดูบุตรได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ และในยุคสมัยใหม่จากระบบที่เป็นสังคมรวม เช่น สถานดูแลเด็ก
Izara Community สามารถคิดวิธีแนวทางเรื่องการแต่งงานได้ในทุกวิธีตามที่ชุมชนเลือก และในขณะเดียวกันก็ยัง เคารพสังคมเจ้าภาพ (Respecting the host society) ไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ จุดมุ่งหมายของการเลี้ยงดูบุตรและความสุขของสมาชิกถือเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจึงใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น
ระยะของการแต่งงาน
ระยะแรกของการแต่งงานมักขับเคลื่อนด้วยความตื่นเต้นจากการพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่นอนสู่คู่ชีวิต การใฝ่ฝันที่จะสร้างสร้างอนาคตร่วมกัน เมื่อไปถึงขั้นมีบุตร สิ่งต่าง ๆ จะยากลำบากขึ้น แต่ความพึงพอใจจากการเอาชนะความท้าทายยังคงรักษาความสัมพันธ์ให้แข็งแรง
เมื่อลูกเริ่มเติบโตขึ้น สิ่งต่าง ๆ จะมีความท้าทายน้อยลง ความตื่นเต้นค่อย ๆ ลดลง แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่ ความเบื่อหน่ายและความหงุดหงิดค่อย ๆ แทรกเข้ามา และความสัมพันธ์จึงเริ่มยากที่จะรักษาไว้มากขึ้น
จากมุมมองเชิงวิวัฒนาการ ระยะเหล่านี้มีเหตุผลในตัวเอง ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากจนถึงจุดสูงสุดในชีวิตควรเลือกผูกสัมพันธ์ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่มีความพร้อมทั้งกายและใจ และลูกของพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ความสัมพันธ์ทางเพศ (Sexual relationships) ในช่วงแรกคือกระบวนการผสมพันธุ์ที่มีผลทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างเพศชายเพื่อให้ได้ผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกจากการเลี้ยงดูบุตรในช่วงปีแรก ๆ อย่างสำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของลูกหลาน
เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความจำเป็นที่พ่อและแม่ต้องอยู่ร่วมกันจะมีความสำคัญน้อยลง หากทั้งชายและหญิงกลับเข้าสู่ตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงวิวัฒนาการที่ดีกว่า
การแต่งงานเพื่อลดความขัดแย้ง
สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ (The animal nature of humans) ผลักดันทั้งผู้ชาย และผู้หญิงให้เปรียบเทียบคู่ครองปัจจุบันของตนกับผู้อื่นอยู่เสมอ เพื่อดูว่ามีคู่ที่ดีกว่าหรือไม่ หลังจากกระบวนการแข่งขันในการผสมพันธุ์แล้ว สัญชาตญาณนี้จะถูกลดทอนลง จนกระทั่งลูกหลานต้องการการดูแลน้อยลงเพื่อความอยู่รอด
ยิ่งเมื่อคู่ชายและหญิงแข่งขันกันเพื่อหาคู่นอนมากเท่าใด ความขัดแย้งและความหงุดหงิดก็จะยิ่งเกิดมากขึ้น ผู้ชายจะต่อสู้หนักขึ้นเพื่อ เสริมอำนาจของตนเอง (gain power) เหนือผู้ชายคนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดต่อผู้หญิง ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น อารมณ์ร้าย
เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ วัฒนธรรมและศาสนาต่าง ๆ ได้สร้างโครงสร้างของการแต่งงานที่พยายามนำคู่รักออกจากตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาอย่างถาวร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชายที่มีอำนาจน้อยกว่า และผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศน้อยกว่า มีโอกาสมากขึ้น
ความไม่เท่าเทียมในการแต่งงานและการสืบพันธุ์
เป้าหมายหลักของ Izara Community คือการขจัด โครงสร้างอำนาจ (power structures) การแต่งงานและการมีบุตรสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนขยายของสิ่งนี้ ในสังคมที่มีอยู่ ผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดมักจะได้คู่กับผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้ผู้ชายสร้างโครงสร้างอำนาจและต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านั้น
ผู้หญิงที่มีบุตรมากขึ้นกับคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากกว่า จะมีสถานะทางสังคมที่สูงกว่า
ผลลัพธ์ตามธรรมชาติเหล่านี้ของการแข่งขันในการเลือกคู่ครอง เป็นการแสดงออกของ ความโลภและวัตถุนิยม (greed and materialism)
อัตราการเกิดที่ลดลง
อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนมีความรู้มากขึ้นและให้ความสำคัญกับตนเองมากกว่าการสืบพันธุ์ ประกอบกับการรับรู้ถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการเลี้ยงดูบุตร คู่รักจึงมักเลื่อนการมีบุตรออกไปมากขึ้น และหลายคู่ก็ละเลยการแต่งงานไปโดยสิ้นเชิง
แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้
กิจกรรมทางเพศที่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม (Allocated sexual activity) สามารถประยุกต์ใช้เป็นวิธีในการต้าน ธรรมชาติของมนุษย์ (Human nature) ของสมาชิก ที่ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคู่ทางเพศ
จัดสรรการให้กำเนิด (Allocated procreation) สามารถช่วยลดอัตราการแข่งขันในการแย่งชิงคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
แก่นของการแข่งขันเพื่อหาคู่คือแรงขับเชิงวิวัฒนาการของสายพันธุ์ในการผลิตลูกหลานที่แข็งแรงและประสบความสำเร็จที่สุดใน การก่อตั้งชุมชนแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (Altruistic community) สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อจำเป็นอีกต่อไป ลูกหลานทั้งหมดถูกมองว่ามีคุณค่า และได้รับโอกาสในการพัฒนาและอยู่รอด
การแต่งงานทำให้ผู้คนมีคู่ครองที่จะคอยดูแลพวกเขาในช่วงเวลาที่ลำบาก ความต้องการนี้สามารถลดลงได้โดยชุมชนที่ทำให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการดูแล
วัตถุประสงค์หลักของการแต่งงาน กล่าวคือการสานสัมพันธ์เพื่อสร้างความผูกพันกัน และเลี้ยงดูบุตร รวมไปถึงการรวมทรัพยากรของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกของพวกเขามีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิง เพราะหากผู้ชายจากไป โดยทั่วไปพวกเธอจะต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ชุมชนสามารถมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันและได้รับการดูแล
แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
- กิจกรรมทางเพศที่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม (Allocated sexual activity)
- จัดสรรการให้กำเนิด (Allocated procreation)
มติที่เกี่ยวข้อง
- สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ (The animal nature of humans)
- เสรีภาพสิทธิส่วนบุคคล (Personal freedom)
- ความโลภและวัตถุนิยม (greed and materialism)
- ความสัมพันธ์ทางเพศ (Sexual relationships)
- สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุข (What makes humans happy)