การแต่งงานและการมีบุตร

From Izara Community
Jump to navigation Jump to search
This page is a translated version of the page Marriage and children and the translation is 100% complete.

ภาพรวม

คนส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงเกิดอยากมีบุตรในช่วงหนึ่งของชีวิต เนื่องจากเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ได้วิวัฒนาการมาสำหรับการรวมตัวกันของคู่รักเพื่อสืบพันธุ์และเลี้ยงดูบุตรถือเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดในการทำสิ่งนี้

บ่อยครั้งการเลี้ยงดูบุตรได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ และในยุคสมัยใหม่จากระบบที่เป็นสังคมรวม เช่น สถานดูแลเด็ก

Izara Community สามารถคิดวิธีแนวทางเรื่องการแต่งงานได้ในทุกวิธีตามที่ชุมชนเลือก และในขณะเดียวกันก็ยัง เคารพสังคมเจ้าภาพ (Respecting the host society) ไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ จุดมุ่งหมายของการเลี้ยงดูบุตรและความสุขของสมาชิกถือเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจึงใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

ระยะของการแต่งงาน

ระยะแรกของการแต่งงานมักขับเคลื่อนด้วยความตื่นเต้นจากการพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่นอนสู่คู่ชีวิต การใฝ่ฝันที่จะสร้างสร้างอนาคตร่วมกัน เมื่อไปถึงขั้นมีบุตร สิ่งต่าง ๆ จะยากลำบากขึ้น แต่ความพึงพอใจจากการเอาชนะความท้าทายยังคงรักษาความสัมพันธ์ให้แข็งแรง

เมื่อลูกเริ่มเติบโตขึ้น สิ่งต่าง ๆ จะมีความท้าทายน้อยลง ความตื่นเต้นค่อย ๆ ลดลง แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่ ความเบื่อหน่ายและความหงุดหงิดค่อย ๆ แทรกเข้ามา และความสัมพันธ์จึงเริ่มยากที่จะรักษาไว้มากขึ้น

จากมุมมองเชิงวิวัฒนาการ ระยะเหล่านี้มีเหตุผลในตัวเอง ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากจนถึงจุดสูงสุดในชีวิตควรเลือกผูกสัมพันธ์ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่มีความพร้อมทั้งกายและใจ และลูกของพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ความสัมพันธ์ทางเพศ (Sexual relationships) ในช่วงแรกคือกระบวนการผสมพันธุ์ที่มีผลทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างเพศชายเพื่อให้ได้ผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกจากการเลี้ยงดูบุตรในช่วงปีแรก ๆ อย่างสำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของลูกหลาน

เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความจำเป็นที่พ่อและแม่ต้องอยู่ร่วมกันจะมีความสำคัญน้อยลง หากทั้งชายและหญิงกลับเข้าสู่ตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงวิวัฒนาการที่ดีกว่า

การแต่งงานเพื่อลดความขัดแย้ง

สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ (The animal nature of humans) ผลักดันทั้งผู้ชาย และผู้หญิงให้เปรียบเทียบคู่ครองปัจจุบันของตนกับผู้อื่นอยู่เสมอ เพื่อดูว่ามีคู่ที่ดีกว่าหรือไม่ หลังจากกระบวนการแข่งขันในการผสมพันธุ์แล้ว สัญชาตญาณนี้จะถูกลดทอนลง จนกระทั่งลูกหลานต้องการการดูแลน้อยลงเพื่อความอยู่รอด

ยิ่งเมื่อคู่ชายและหญิงแข่งขันกันเพื่อหาคู่นอนมากเท่าใด ความขัดแย้งและความหงุดหงิดก็จะยิ่งเกิดมากขึ้น ผู้ชายจะต่อสู้หนักขึ้นเพื่อ เสริมอำนาจของตนเอง (gain power) เหนือผู้ชายคนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดต่อผู้หญิง ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น อารมณ์ร้าย

เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ วัฒนธรรมและศาสนาต่าง ๆ ได้สร้างโครงสร้างของการแต่งงานที่พยายามนำคู่รักออกจากตลาดการจับคู่ทางชีววิทยาอย่างถาวร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชายที่มีอำนาจน้อยกว่า และผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศน้อยกว่า มีโอกาสมากขึ้น

ความไม่เท่าเทียมในการแต่งงานและการสืบพันธุ์

เป้าหมายหลักของ Izara Community คือการขจัด โครงสร้างอำนาจ (power structures) การแต่งงานและการมีบุตรสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนขยายของสิ่งนี้ ในสังคมที่มีอยู่ ผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดมักจะได้คู่กับผู้หญิงที่มีความดึงดูดทางเพศมากที่สุด ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้ผู้ชายสร้างโครงสร้างอำนาจและต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านั้น

ผู้หญิงที่มีบุตรมากขึ้นกับคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากกว่า จะมีสถานะทางสังคมที่สูงกว่า

ผลลัพธ์ตามธรรมชาติเหล่านี้ของการแข่งขันในการเลือกคู่ครอง เป็นการแสดงออกของ ความโลภและวัตถุนิยม (greed and materialism)

อัตราการเกิดที่ลดลง

อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนมีความรู้มากขึ้นและให้ความสำคัญกับตนเองมากกว่าการสืบพันธุ์ ประกอบกับการรับรู้ถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการเลี้ยงดูบุตร คู่รักจึงมักเลื่อนการมีบุตรออกไปมากขึ้น และหลายคู่ก็ละเลยการแต่งงานไปโดยสิ้นเชิง

แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้

กิจกรรมทางเพศที่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม (Allocated sexual activity) สามารถประยุกต์ใช้เป็นวิธีในการต้าน ธรรมชาติของมนุษย์ (Human nature) ของสมาชิก ที่ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคู่ทางเพศ

จัดสรรการให้กำเนิด (Allocated procreation) สามารถช่วยลดอัตราการแข่งขันในการแย่งชิงคู่ครองที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

แก่นของการแข่งขันเพื่อหาคู่คือแรงขับเชิงวิวัฒนาการของสายพันธุ์ในการผลิตลูกหลานที่แข็งแรงและประสบความสำเร็จที่สุดใน การก่อตั้งชุมชนแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (Altruistic community) สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อจำเป็นอีกต่อไป ลูกหลานทั้งหมดถูกมองว่ามีคุณค่า และได้รับโอกาสในการพัฒนาและอยู่รอด

การแต่งงานทำให้ผู้คนมีคู่ครองที่จะคอยดูแลพวกเขาในช่วงเวลาที่ลำบาก ความต้องการนี้สามารถลดลงได้โดยชุมชนที่ทำให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการดูแล

วัตถุประสงค์หลักของการแต่งงาน กล่าวคือการสานสัมพันธ์เพื่อสร้างความผูกพันกัน และเลี้ยงดูบุตร รวมไปถึงการรวมทรัพยากรของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกของพวกเขามีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิง เพราะหากผู้ชายจากไป โดยทั่วไปพวกเธอจะต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ชุมชนสามารถมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันและได้รับการดูแล

แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

มติที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง