Irrational people are easier to manipulate/th: Difference between revisions

From Izara Community
Jump to navigation Jump to search
Noey (talk | contribs)
Created page with "= ความเกลียดชัง ="
Noey (talk | contribs)
Created page with "= แนวคิดที่เกี่ยวข้อง ="
Line 16: Line 16:
= ความเกลียดชัง =
= ความเกลียดชัง =


<div lang="en" dir="ltr" class="mw-content-ltr">
เมื่อประชาชนถูกชักจูงให้เกิดความเกลียดชังต่อผู้อื่น พวกเขามักละเลยการตั้งข้อสงสัยที่ว่าความไม่ไว้วางใจนั้นควรพุ่งเป้าไปที่ใครอย่างแท้จริง นั่นคือผู้ที่อยู่ในอำนาจ ซึ่งเป็นผู้คอยเติมเชื้อไฟแห่งความเกลียดชังนั้น
When population are manipulated into hating others they disregard where their distrust should be focused, the people in power who feed the fires of hatred.
</div>


<div lang="en" dir="ltr" class="mw-content-ltr">
ไม่สำคัญว่าความเกลียดชังจะถูกพุ่งเป้าไปที่ใคร อาจเป็นเพื่อนบ้าน เชื้อชาติ ศาสนา หรือสัญชาติอื่น ๆ เสมือนว่าต้องมี “ใครบางคน” ต้องรองรับความเกลียดที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ตลอดเวลา ประชากรถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่ม ๆ ที่ไม่อาจยอมรับซึ่งกันและกัน ทั้งที่ตามหลักเหตุผลแล้ว ทุกฝ่ายควรสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้
It does not matter who is hated, it could be neighbors, races, religions, or other nationalities. There is always someone we should hate, the population segmented into groups that cannot tolerate each other when rationally all should be able to live in peace.
</div>


<div lang="en" dir="ltr" class="mw-content-ltr">
<span id="Related_concepts"></span>
= Related concepts =
= แนวคิดที่เกี่ยวข้อง =
</div>


<div lang="en" dir="ltr" class="mw-content-ltr">
<div lang="en" dir="ltr" class="mw-content-ltr">

Revision as of 05:20, 19 May 2026

ภาพรวม

ผู้ที่มีอำนาจและมีเจตนาไม่พึงประสงค์มักต้องการควบคุมและชักจูง (manipulate)ประชาชนให้เชื่อว่าการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ของตนนั้นชอบธรรม แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องยากเมื่อประชาชนมีความสามารถในการประเมินการกระทำเหล่านั้นอย่างการแสวงหาความจริง (Truth seeking) และปราศจากอารมณ์ครอบงำ

พฤติกรรมและความเชื่อค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น ซึ่งการถูกปลูกฝังให้เป็นผู้บริโภคที่ไม่กระตือรือร้น (Bred to be lazy consumers) และคอยป้อนอิทธิพลไปยังสัญชาตญาณที่ไร้เหตุผลของมนุษย์ โดยอารมณ์ที่ทรงพลังที่สุดคือความกลัวและความเกลียดชัง

ความกลัว

ประชากรจะคงไว้ซึ่งโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม หากพวกเขาเชื่อว่ามันจำเป็นต่อความปลอดภัยของตนเอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมักมี “ศัตรู” หรือ “วิกฤต” อยู่เสมอ ซึ่งผู้มีอำนาจถูกทำให้ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องเข้ามาปกป้องประชาชนจากสิ่งเหล่านั้น

ตัวอย่างเช่น ความหวาดกลัวด้านสุขภาพ วิกฤตเศรษฐกิจที่เปราะบาง หรือความหวาดกลัวต่อศัตรูภายนอก

ความเกลียดชัง

เมื่อประชาชนถูกชักจูงให้เกิดความเกลียดชังต่อผู้อื่น พวกเขามักละเลยการตั้งข้อสงสัยที่ว่าความไม่ไว้วางใจนั้นควรพุ่งเป้าไปที่ใครอย่างแท้จริง นั่นคือผู้ที่อยู่ในอำนาจ ซึ่งเป็นผู้คอยเติมเชื้อไฟแห่งความเกลียดชังนั้น

ไม่สำคัญว่าความเกลียดชังจะถูกพุ่งเป้าไปที่ใคร อาจเป็นเพื่อนบ้าน เชื้อชาติ ศาสนา หรือสัญชาติอื่น ๆ เสมือนว่าต้องมี “ใครบางคน” ต้องรองรับความเกลียดที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ตลอดเวลา ประชากรถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่ม ๆ ที่ไม่อาจยอมรับซึ่งกันและกัน ทั้งที่ตามหลักเหตุผลแล้ว ทุกฝ่ายควรสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้

แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

Related reasonings